เรียนรู้ และ ทำความเข้าใจกับ e-commerce ยุคปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยุคนี้อินเตอร์เน็ตมีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามาก ยิ่งการจับจ่ายซื้อของนี้บอกได้เลยว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากเดิมที่เคยยี้ เรื่องการซื้อของออนไลน์ ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว หันมาซื้อขายของออนไลน์กันมากขึ้น เพื่อให้เข้าใจตรงกัน วันนี้เรามาเรียนรู้ และ ทำความเข้าใจกับ e-commerce ยุคปัจจุบันกัน

e-commerce แปลว่า

อาจจะดูเก่าไปหน่อย แต่เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน E-commerce ย่อมาจากคำว่า Electronic Commerce แปลเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวได้ว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อธิบายความเพิ่มเติมหมายถึงการทำธุรกิจ ซื้อขายสินค้า บริการ ประชาสัมพันธ์ โฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งรูปแบบภาพ เสียง ข้อความ คลิปวิดีโอ หรืออะไรก็ตามที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ ซึ่งรูปแบบ E-commerce มีมากมายดังนี้

ธุรกิจแบบ B to C

รูปแบบแรกเรียกว่า เป็นแบบ B to C หมายถึงการทำธุรกิจกับผู้ซื้อโดยตรง ความหมายก็คือผู้ซื้อเลือกสินค้าจากผู้ค้าบนร้านค้านอินเตอร์เน็ตโดยตรง รูปแบบนี้เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ตามร้านสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้า อาหารเสริม เป็นต้น

ธุรกิจแบบ B to B

รูปแบบต่อมาเป็นการติดต่อกันโดยตรงระหว่างธุรกิจ กับ ธุรกิจ อธิบายโดยตรงก็คือธุรกิจติดต่อกันโดยตรง อย่างเช่นการซื้อขายส่งระหว่างธุรกิจด้วยกัน หรือ ไม่ก็เป็นการติดต่อระหว่างธุรกิจกับซัพพลายเออร์ วิธีนี้จากเดิมอาจจะต้องติดต่อผ่านโทรศัพท์ หรือ เดินทางไปดูงานระหว่างกัน เปลี่ยนเป็นการติดต่อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแทน

ธุรกิจแบบ B to G

รูปแบบนี้เป็นการติดต่อกันระหว่าง หน่วยธุรกิจกับ หน่วยงานรัฐบาล อาจจะเป็นการจับมือกันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทางรัฐบาลได้ร่วมมือกับภาคธุรกิจ) ซึ่งวิธี้จะใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเข้ามาเป็นระบบการซื้อขายแทนการซื้อขายแบบเดิม เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ธุรกิจแบบ G to G

รูปแบบ G to G

รูปแบบต่อไปจะเป็นการติดต่อกันระหว่างภาครัฐด้วยกัน อาจจะเป็นการติดต่อกันระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกันเองทั้งภายในกระทรวงเดียวกัน หรือ ต่างกระทรวง จนถึงการติดต่อซื้อขายระหว่างกันที่เป็นกระทรวงภายในประเทศ กับกระทรวงภายนอกประเทศ ซึ่งวิธีการติดต่อแบบนี้จะต้องมีการติดต่อกันผ่านระบบกระบวนการของภาครัฐ

ข้อดีของ E-commerce

สำหรับการทำ E-commerce นั้นกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ และ ภาคเอกชน เนื่องจาก E-commerce มีข้อดีหลายอย่างที่จะช่วยให้การทำธุรกิจเดินหน้าไปได้เร็วขึ้นบนค่าใช้จ่ายที่น้อยลง ยกตัวอย่างเช่น เราไม่ต้องทำหน้าร้านเป็นของตัวเอง ตั้งร้านบนระบบออนไลน์เท่านั้นก็พอ สองลดจำนวนพนักงานในการทำธุรกิจลง บางร้านอาจจะตั้งได้ไม่เกิน 3 คนก็ขายของกันได้แล้ว สามทำการตลาดได้แม่นยำ และวัดผลได้ จากเครื่องมือทางการตลาดมากมายเพื่อให้เราเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้มากขึ้น นี่แหละข้อดีของ E-commerce ยุคนี้